ว่านหางจระเข้ บำรุงเริดหัวจรดเท้า

1. รักษาสิว

สาว ๆ รู้ไหมว่า ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่จะช่วยลดสิวและลดอาการอักเสบได้นะคะ หากใครมีปัญหาสิวอักเสบบ่อย ๆ ลองใช้วุ้นใส ๆ ข้างในว่านหางจระเข้ทาบาง ๆ ดู รับรองว่าปัญหาสิวจะค่อย ๆ ทุเลาลง แถมยังปลอดภัยไม่ต้องเอาหน้าไปเสี่ยงกับยาสิวแรง ๆ ด้วย

2. แชมพูเติมความชุ่มชื้น

สภาพผมแห้งเว่อร์จนจะเป็นไม้กวาดอยู่แล้ว ? ลองนำวุ้นสดในว่านหางจระเข้มาผสมกับแชมพู แล้วนำมาสระผมดูสิ รับรองว่าสภาพผมของคุณจะนุ่มชุ่มชื้นขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเข้าร้านเสริมสวยเลย !

3. ยาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย

เมื่อไรที่โดนแมลงหรือยุงกัดจนคันผิวหรืออักเสบแสบแดงไปหมด ลองให้ว่านหางจระเข้ช่วยเลยค่ะ แค่นำวุ้นสดใส ๆ ด้านในทาลงไปบนแผลที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อย ก็จะช่วยบรรเทาให้อาการต่าง ๆ ทุเลาลงได้

4. ขจัดรังแค

ลาก่อนกับคำที่เพื่อน ๆ พูดว่า “หิมะเต็มหัวเธอไปหมดแล้ว” เพราะรังแคเจ้ากรรมจะหมดไป แค่ใช้วุ้นใสด้านในว่านหางจระเข้มาทาลงบนหนังศีรษะ ก็จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะที่แห้งผากได้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหารังแค รวมทั้งอาการคันจากรังแคก็จะหายไปด้วย

5. ขัดผิวสวย

นำวุ้นใสในว่านหางจระเข้ 1/2 ถ้วย มาผสมกับน้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย จากนั้นนำมาขัดผิวเบา ๆ เพื่อให้ผิวสวยกระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเต่งตึงนุ่มน่าสัมผัสสุด ๆ

6. บรรเทาอาการผิวไหม้

ถ้าโดนแดดจัดทั้งวันจนผิวไหม้แสบแดงไปหมด บอกเลยไม่ต้องกังวลค่ะ แค่นำวุ้นสดด้านในว่านหางจระเข้มาทาผิวบริเวณที่โดดแดดมา ก็จะช่วยบรรเทาให้อาการทั้งหลายดีขึ้น ยิ่งนำไปแช่ตู้เย็นก่อนนำมาทานะ

แค่เปลี่ยนหน้าก็ใส ไม่ต้องใช้ยา

1. งดน้ำอัดลมและแอลกอฮอล์

ในน้ำอัดลมมีปริมาณน้ำตาลมากจนน่ากลัว หากดื่มเข้าไปเยอะ ๆ ร่างกายก็จะต้องสร้างอินซูลินมาเพื่อลดน้ำตาลในร่างกาย และจะทำให้เกิดการสร้างไขมันที่ผิวหนังเพิ่ม ซึ่งนี่แหละที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเลยค่ะ รวมถึงสาวนักดื่มทั้งหลายก็ต้องระวังให้ดี เพราะในค็อกเทลรสอร่อยน้ำตาลก็ไม่ใช่น้อย แถมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายยังเป็นตัวพรากความชุ่มชื้นไปจากผิว อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้เหมือนกันจ้า รู้แบบนี้ต้องงดด่วน

2. กินถั่วเยอะ ๆ

ในถั่วอุดมไปด้วยใยอาหารที่ทำให้อิ่มท้อง และช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เพราะหากเมื่อไรที่ท้องผูกและไม่ขับของเสียออกจากร่างกาย ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สิวผุดขึ้นมาบนใบหน้าเช่นกันค่ะ นอกจากนี้ถั่วยังเป็นแหล่งของโปรตีน ที่กินแล้วช่วยให้ผิวสุขภาพดีและเปล่งปลั่งด้วย

 

3. ดื่มน้ำเปล่าให้มาก

พอหักดิบเลิกกินน้ำหวานและน้ำอัดลมได้แล้ว มาใส่ใจในการดื่มน้ำเปล่าในแต่ละวันกันให้มาก ๆ ดีกว่า เพราะการดื่มน้ำจะทำให้ผิวคุณคงความชุ่มชื้น และช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ แถมยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เมื่อไม่มีปัญหาด้านการขับถ่าย ร่างกายก็ไม่มีของเสียที่จะทำให้สิวผุดได้แล้ว ที่สำคัญการดื่มน้ำเยอะ ๆ จะทำให้ผิวเนียนสวยสุขภาพดีไปด้วยนะ โอ๊ยฟิน !

4. เพิ่มผักใบเขียวในมื้ออาหาร

การกินผักใบเขียวเยอะ ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของสุขภาพร่างกายอย่างเดียว แต่งานวิจัยยังบอกอีกว่า การกินผักใบเขียวจะช่วยให้ค่าพีเอชในร่างกายสมดุล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่ามันช่วยในเรื่องของการเกิดสิวได้นั่นเอง ที่สำคัญในผักใบเขียวยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้อีกต่างหาก

5. ดื่มชาเขียว

รู้ยังว่าชาเขียวดีต่อผิวและช่วยในเรื่องของสิวได้ ? เพราะในชาเขียวมีสารโพลีฟีนอล ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเกิดสิวและลดสิวได้ ที่สำคัญในชาเขียวยังมีสารที่ช่วยลดการอักเสบของผิวด้วยนะ เด็ดขนาดนี้ไปหามาจิบให้สดชื่นสักแก้วดีกว่า

แก้คอดำ ต้นคอดำ ด้วย6 วิธี

1. อาบน้ำทุกครั้งต้องขัดขี้ไคล

สาว ๆ ควรอาบน้ำให้สะอาด อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยทุกครั้งที่อาบน้ำให้หมั่นขัดขี้ไคลตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ โดยให้ใช้ใยบวบหรือฟองน้ำขัดผิว ขัดคราบเหงื่อและขี้ไคลให้หมดจดทุกครั้ง
2. สครับผิวบริเวณต้นคอด้วยสูตรธรรมชาติ

ควรหาเวลาสครับผิวที่บริเวณต้นคอบ้างอะไรบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยควรใช้สูตรสครับที่เป็นสูตรธรรมชาติอย่าง มะขามเปียก เกลือขัดผิว หรือมะเขือเทศ+น้ำตาล เลือกสูตรใดสูตรหนึ่ง โดยให้นำมาสครับขัดผิวเบา ๆ ที่บริเวณต้นคอ วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ขัดขี้ไคล หากทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้รอยดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด
3. เช็ดต้นคอด้วย “น้ำมันมะกอก” หรือ “โทนเนอร์”

ทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จให้นำน้ำมันมะกอกหรือโทนเนอร์ อย่างใดอย่างหนึ่งมาหยดลงบนสำลีแล้วนำมาเช็ดที่ผิว โดยเช็ดให้ทั่วบริเวณลำคอ วิตามินหรือสารบำรุงผิวต่าง ๆ ที่อยู่ในน้ำมันมะกอกหรือโทนเนอร์จะช่วยบำรุงผิวและช่วยให้รอยดำที่คอจางลงได้

 

4. ทาครีมบำรุงผิวบริเวณต้นคอเป็นประจำ

ผิวบริเวณต้นคอก็ต้องการการบำรุงเหมือนผิวส่วนอื่น ๆ นั่นแหละค่ะ ทั้งนี้ให้เลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง หรือจะใช้ครีมสำหรับแก้คอดำโดยเฉพาะก็ได้ค่ะ โดยให้ทาที่ลำคอเป็นประจำทุกเช้า-เย็น นอกจากจะช่วยบำรุงให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นแล้ว ยังจะช่วยป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย
5. เช็ดผิวด้วยน้ำมะนาว

ก่อนอาบน้ำให้นำสำลีชุบน้ำมะนาวสด แล้วนำมาถูเบา ๆ ที่บริเวณลำคอ กรดธรรมชาติที่อยู่ในน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ง่าย โดยให้ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รอยดำจะค่อย ๆ จางลง
6. ลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักคือทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุสำหรับคนที่มีปัญหาคอดำเพราะความอ้วน เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าความอ้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคอดำ ดังนั้นจึงควรหมั่นออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ เมื่อน้ำหนักตัวลดลงแล้ว รอยชั้นที่คอก็จะหายไป ทำให้ไม่เกิดการเสียดสี คอที่เคยดำก็จะค่อย ๆ จางลง เพราะไม่มีชั้นคอให้เสียดสีและเป็นแหล่งสะสมของขี้ไคลแล้วนั่นเองค่ะ

เผยผิวกระจ่างใสไร้สิวด้วยไข่ขาว

สูตรที่ 1 มาสก์ไข่ขาว+มะนาวลดสิว

สูตรนี้ช่วยลดสิวและลดความมันบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี เพียงใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมด้วยน้ำมะนาว 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นใช้สำลีชุบส่วนผสมแล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า โดยเริ่มทาตั้งแต่คางขึ้นไปจนถึงแก้ม และทาวน ๆ บริเวณหน้าผาก เว้นบริเวณปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เมื่อมาสก์แห้ง ให้ล้างออกและนวดวนเบา ๆ ด้วยน้ำอุ่น และล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดรูขุมขน

สูตรที่ 2 เพื่อหน้าขาวกระจ่างใส

มาสก์ไข่ขาวนอกจากจะช่วยลดเลือนริ้วรอยจากสิวแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าของสาว ๆ ดูขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย เพียงใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน จากนั้นนำผงขมิ้น 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นใช้นิ้วค่อย ๆ ขัดวนบนใบหน้าเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตรที่ 3 ลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำ

สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาวสูตรนี้ถือว่าเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้ผิวดูเต่งตึง กระชับขึ้น เพียงใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับอะโวคาโดสุก ¼ ลูก และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตรที่ 4 สูตรพอกหน้าสำหรับสาวผิวมัน

ปัญหาหลักของสาวผิวมัน นอกจากจะมีผิวหน้ามันเยิ้มมากกว่าคนอื่น ๆ แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้ง่าย แถมยังมีรูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะบริเวณทีโซน คือบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง เพื่อลดความมันบนใบหน้าของสาว ๆ ให้พอกหน้าด้วยสูตรนี้เลยค่ะ เพียงใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับนมสด 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำผึ้งและน้ำมะนาวลงไป ประมาณ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรที่ 5 พอกหน้าลอกสิวเสี้ยน

นำไข่ขาวมา 2 ฟองผสมให้เข้ากันกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำสำลีแผ่นบางมาชุบลงในส่วนผสม จากนั้นแปะบนบริเวณที่มีสิวเสี้ยน หรือจะแปะทั่วหน้าทำเป็นมาสก์ก็ได้ค่ะ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าไข่ขาวจะแห้งตึง จากนั้นจึงค่อย ๆ ลอกแผ่นสำลีออกจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน เสร็จแล้วก็ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น การพอหน้าด้วยไข่ขาว วิธีนี้จะช่วยขจัดสิวเสี้ยน บำรุงผิวหน้าและช่วยให้ผิวเนียนนุ่มสะอาดใสค่ะ

สูตรที่ 6 ลดความมัน กระชับรูขุมขน

นำไข่ขาว 1 ฟอง ผสมให้เข้ากันกับน้ำมะนาว 2 ช้อนชา จากนั้นผสมแตงกวาบดละเอียด 1 ลูก คนให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที หากสาว ๆ ทำสูตรนี้เป็นประจำจะช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ลดความมันส่วนเกิน กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

สูตรที่ 7 เพิ่มความเนียนนุ่มชุ่มชื่น

นอกจากไข่ขาวจะช่วยลดความมันแล้ว ก็ยังสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้าของสาว ๆ ได้อีกด้วย เพียงนำไข่ขาว 1 ฟอง มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาใบหน้าให้ทั่ว เว้นช่วงปากและดวงตา ขณะทาให้นวดวนเบา ๆ ไปด้วย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีหรือจนกว่าจะแห้ง แล้วจึงล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น และยังเป็นการทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกอีกด้วยค่ะ

สูตรที่ 8 มาสก์หน้าด้วยไข่ขาวแบบง่าย ๆ

นอกเหนือจากสารพัดสูตรที่เรานำมาฝากกันแล้ว อีกหนึ่งสูตรที่ง่ายมากและไม่ต้องใช้ส่วนผสมอะไรให้ยุ่งยากเลย เพียงใช้ไข่ขาวอย่างเดียวมาพอกหน้านั่นเอง โดยนำไข่ขาว 1 ฟอง มาตีให้ฟูนิดหน่อย จากนั้นนำมาทาให้ทั่วหน้า เว้นรอบดวงตาและปากไว้ รอประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากทำสูตรนี้บ่อย ๆ จะช่วยลดความมันบนใบหน้า ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเต่งตึง ลดความมันส่วนเกิน และช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วยค่ะ

อะโวคาโด กับ 9 เคล็ดลับ

1. ขัดหน้าด้วยอะโวคาโด

การผลัดเซลล์ผิวเป็นหนึ่งในสุดยอดวิธีที่ช่วยให้ผิวหน้าของสาว ๆ ดูกระจ่างใส เพราะเมื่อเราได้ขัดเซลล์ผิวที่ตายออกไปแล้ว จะช่วยเผยให้เห็นผิวใส และยังมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้นยิ่งขึ้น เพียงสาว ๆ นำอะโวคาโด 1 ลูกมาบดให้ละเอียด แล้วนำมาขัดวนและนวดใบหน้าเบา ๆ หรือจะนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้มีความเนียนนุ่มกระจ่างใสได้เช่นกันค่ะ

2. ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น

อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่สามารถนำมาบำรุงได้กับทุกสภาพผิว เนื่องจากมีไขมันดีที่อุดมไปด้วยมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้ผิวนุ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ เพียงนำอะโวคาโดบด 1 ลูก ผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย พอกหน้าทิ้งไว้ 20-30 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
3. บำรุงผมแห้งเสีย

สาว ๆ ที่มีสภาพผมแห้งเสียมาทางนี้ค่ะ เพียงแค่นำอะโวคาโดบด 1 ลูก ผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาชโลมบนผมหมาดให้ทั่ว คลุมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำ หมักทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าและสระผมให้สะอาดอีกครั้ง สารอาหารที่มีในอะโวคาโดและน้ำมันมะกอกจะซึมซาบบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก และช่วยฟื้นฟูผมที่แห้งเสียเปราะบาง ให้กลับมาแข็งแรงเงางาม และมีน้ำหนัก

4. เร่งผมยาวเร็ว

เพียงแค่นำอะโวคาโดบด 1 ลูกผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก และน้ำมันมะพร้าว คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงนำมานวดเส้นผมให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น นอกจากจะช่วยบำรุงให้ผมยาวเร็วแล้ว ยังช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมอีกด้วย เพราะในอะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมัน โปรตีน แมกนีแซียม และวิตามินอีกมากมาย ที่เป็นอาหารให้เส้นผม ช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็วขึ้นค่ะ

5. ลดสิว และรอยด่างดำ

สิว ปัญหากวนใจสาว ๆ ทุกคนบนโลกใบนี้ แต่สามารถรักษาและป้องกันได้ด้วยอะโวคาโดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย สาเหตุของสิว โดยใช้น้ำมันอะโวคาโดนวดวนเบา ๆ บนใบหน้าประมาณ 20 นาที แล้วจึงใช้ผ้าขนหนูซับน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าเบา ๆ จะช่วยให้หน้าใสไร้สิวได้ค่ะ นอกจากนี้อะโวคาโดยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยในการลดเลือนรอยด่างดำ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีอีกด้วย

 

6. ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย

สรรพคุณของอะโวคาโดนั้นมีมากมาย นอกจากจะช่วยลดสิว บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยได้อีกด้วย เพราะในอะโวคาโดมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อผิว รวมถึงยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย เพียงนำอะโวคาโดบด 1 ลูก ผสมกับน้ำมันอัลมอนด์จนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยให้ผิวหน้าแลดูกระชับขึ้นค่ะ

7. บำรุงมือให้นุ่ม

หากสาว ๆ เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยอยากให้ใครมาจับมือ เพราะกลัวคนอื่นจะสัมผัสกับมือที่แห้งและหยาบกร้านอยู่ละก็ อะโวคาโดช่วยคุณได้ค่ะ เพียงนำอะโวคาโด 1 ลูก มาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้าจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาพอกที่มือทิ้งไว้ 20-30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยทำให้ผิวมือของเรานุ่มน่าสัมผัสยิ่งขึ้นค่ะ

8. บำรุงจมูกเล็บให้แข็งแรง

สาว ๆ หลายคนคงเคยมีปัญหาจมูกเล็บแห้งจนฉีกออกมา สร้างความรำคาญใจและสร้างความเจ็บปวดอีกด้วย แต่อะโวคาโดช่วยคุณได้อีกแล้วค่ะ เพราะอะโวคาโดอุดมไปดว้ยวิตามินอี และไขมันดีชนิดอื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงและซ่อมแซมผิวบริเวณเล็บที่แห้งลอก เพียงใช้อะโวคาโดบด 1 ช้อนโต๊ะผสมให้เข้ากันกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอก แล้วนำมาทาให้ทั่วจมูกเล็บ ทิ้งไว้นานหลายชั่วโมง หรืออาจทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยบำรุงให้จมูกเล็บไม่แห้งฉีกอีกต่อไปค่ะ
9. บำรุงส้นเท้าแตก

หากสาว ๆ คนไหนมีปัญหาส้นเท้าแตก หรือส้นเท้าแห้งจนเป็นขุยละก็ ลองนำอะโวคาโดบดมาพอกที่เท้าดูสิคะ แต่ก่อนอื่นนั้นต้องแช่เท้าไว้ในน้ำสบู่ประมาณ 10 นาที เพื่อปรับสภาพผิว แล้วใช้หินขัดเท้าเพื่อขัดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป จกานั้นล้างเท้าให้สะอาด และจึงนำอะโวคาโดบด 1 ลูกมาพอกที่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยบำรุงผิวบริเวณส้นเท้าให้กลับมามีความชุ่มชื้น และนุ่มขึ้นค่ะ

มาสก์หน้าขาวใส

1. น้ำส้มแอปเปิลไซเดอร์ + ชาเขียว + น้ำตาล + น้ำผึ้ง ช่วยสครับผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส

สูตรนี้เหมาะสำหรับสำหรับสาว ๆ ที่มีใบหน้าหมองคล้ำค่ะ เพียงผสมน้ำแอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะกับชาเขียว 2 ช้อนชา น้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาเข้าด้วยกัน มาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง กรด AHA ที่มีอยู่ในน้ำแอปเปิลไซเดอร์และน้ำตาลจะช่วยสครับเซลล์ผิวเก่าที่สะสมอยู่บนผิวหน้าให้หลุดออก ส่วนน้ำผึ้งและชาเขียวจะช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นขึ้นและขาวกระจ่างใสขึ้นค่ะ
2. น้ำมะนาว + ขมิ้น ช่วยปรับผิวหน้าให้ขาวใสไร้ริ้วรอย

สูตรนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากมีผิวหน้าขาวใสไร้ริ้วรอยค่ะ เพียงนำมะนาว 3 ช้อนชามาผสมกับผงขมิ้น 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน มาสก์หน้าทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก เมื่อทำเป็นประจำจะเห็นได้ว่าริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป ผิวหน้าจะขาวสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สูตรนี้สาว ๆ สามารถใช้มะเขือเทศแทนขมิ้นได้ด้วยนะคะ เพราะมะเขือเทศมีสารฟอกผิวขาวตามธรรมชาติที่อ่อนโยนกับทุกสภาพผิวเลยค่ะ
3. โยเกิร์ต ช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าหมองคล้ำให้กลับมาขาวใสดูมีสุขภาพดี

ผิวหน้าหมองคล้ำของสาว ๆ สามารถกลับมาขาวใสอย่างมีสุขภาพดีได้ด้วยสูตรนี้ค่ะ เพียงผสมโยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะกับข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวสด 1 ช้อนชาเข้าด้วยกัน มาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น กรดแลคติดที่มีอยู่ในโยเกิร์ตจะช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า และช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าที่หมองคล้ำจากการโดนแสงแดดทำร้ายให้กลับมาขาวใสอย่างมีสุขภาพดีได้อีกครั้ง
4. มะละกอ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวหน้าขาวอมชมพูกว่าที่เคย

วิธีนี้ง่ายมากสำหรับขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปจากผิวหน้าค่ะ เพียงแค่นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด แล้วมาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาทีจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น เอนไซม์ที่มีอยู่ในมะละกอจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวจะค่อย ๆ จางลง ทำวันละ 2 ครั้งจะเห็นได้ว่าผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำจากจุดด่างดำที่เกิดจากสิวจะค่อย ๆ ขาวกระจ่างใสอมชมพูอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
5. แตงกวา + เจลว่านหางจระเข้ + มะนาว ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวหน้าขาวเนียนนุ่มน่าสัมผัส

แตงกวาที่อุดมไปด้วยวิตามิน A, B5, C, E และ K สามารถฟื้นบำรุงให้ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยจุดด่างดำกลับมาขาวใสได้อีกครั้งค่ะ เพียงสาว ๆ นำแตงกวามาบดให้ละเอียด ผสมกับเจลว่านหางจระเข้ ½ ช้อนชา และน้ำมะนาว 1 ช้อนชาเข้าด้วยกัน นำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที วิธีนี้เมื่อทำซ้ำทุกวันจะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื่นน่าสัมผัส และจะค่อย ๆ ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
6. น้ำนม ช่วยบำรุงและปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใสขึ้น

สาว ๆ ทราบไหมคะว่าน้ำนมอุดมไปด้วยวิตามิน A, D, ไบโอตินและกรดแลคติกที่ช่วยทำให้ปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ค่ะ เพียงสาว ๆ ผสมนม 4 ช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ นำมานวดเป็นวงกลมบนใบหน้าเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งอีกประมาณ 10 นาที วิธีนี้เมื่อทำซ้ำทุกวันจะเห็นได้ว่าผิวหน้าเนียนนุ่มและขาวใสดูมีออร่ามากขึ้นค่ะ

7. ไข่ขาว + ข้าวโอ๊ต + น้ำมะนาว ช่วยให้ผิวหน้าขาวใสเรียบเนียน

สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีผิวหน้าขาวใสและเรียบเนียนไร้รูขุมขนกว้าง สูตรมาสก์หน้านี้ช่วยได้ เพียงนำไข่ขาว 1 ฟองผสมกับข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะและน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ทาลงให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น หลังมาสก์หน้าสาว ๆ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าผิวหน้าขาวเนียนใสและชุ่มชื่นขึ้นค่ะ

สูตรมาส์กหน้าขาว

8. สตรอว์เบอร์รี ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวเปล่งปลั่ง

สตรอว์เบอร์รีมีกรดซาลิไซลิก และกรดแอลฟ่าไฮดรอกแอซิด มีคุณสมบัติในการฟอกสีผิวได้ดี เพียงสาว ๆ นำสตรอว์เบอร์รีสดจำนวน 4-5 ลูกมาบดให้ละเอียด จากนั้นเติมน้ำผึ้งผสมลงไป 1 ช้อนโต๊ะคนให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 40 นาที แล้วล้างออก จะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวหน้าขาวเปล่งปลั่ง รอยหมองคล้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

13 เคล็ดลับความงามง่าย ๆ

1. พรางสีโคนผม

ทำสีผมมาแล้วพอผ่านไปสัก 2-3 เดือน รากผมก็งอกขึ้นมาตัดกับสีผมสวย ๆ จะทำสีใหม่ก็กลัวผมเสียแถมยังเปลืองเงินอีก ซึ่งปัญหานี้ก็มีวิธีแก้ง่าย ๆ เพียงแค่พยายามทำผมให้ดูเป็นลอนคลื่นเข้าไว้ มันจะช่วยพรางสีโคนผมให้ดูกลืนเหมือนไล่ระดับมากกว่าหนีบผมตรงนะ แบบนั้นจะเห็นความต่างของสีผมชัดเจนจนเกินไป

2. ผมเงางามง่าย ๆ ไม่ง้อร้าน

ถ้าอยากมีผมสวยสลวยเก๋เหมือนพรีเซ็นเตอร์ข้างขวดแชมพูสระผม ก็ให้หวีผมก่อนนอนทุกคืน ตั้งแต่โคนจรดปลาย โดยส่วนปลายเส้นผมนั้นพยายามประคองมันไว้ในอุ้งมือ จะช่วยให้ผมดูมีน้ำหนัก ไม่แข็งทื่อเหมือนไม้กวาด และจะช่วยให้น้ำมันในเส้นผมแผ่กระจายอย่างทั่วถึง ทีนี้สะบัดผมหรือโต้ลมก็ไม่ต้องกลัวผมพันกันแล้วล่ะ

3. อย่าขี้เกียจใช้ครีมนวดผม

เวลาชโลมครีมนวดให้เน้นที่ปลายผม เพราะส่วนนี้จะแห้งเสียง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ อ้อ ระหว่างพักทิ้งไว้ใช้นิ้วมือนวดคลึงเบา ๆ ตามศีรษะ จะช่วยให้ผ่อนคลาย หายตึงเครียดได้ด้วยนะ

4. ใช้แหนบกำจัดขนคิ้ว

เพื่อคิ้วที่ได้รูปทรง ไม่มีเส้นขนเล็ก ๆ น้อย ๆ กวนใจ ก็ใช้แหนบดึงมันออกมาซะ อาจจะเจ็บหน่อย แต่ถ้าดึงออกมาตามแนวรูขุมขนก็จะช่วยลดความเจ็บและดึงออกง่ายกว่ากันเยอะ

5. ระวังคิ้วหนาเป็นสะพานพระรามแปด

ใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดกรอบและเน้นหางคิ้วเป็นพอ ไม่จำเป็นต้องระบายหัวคิ้วจนเข้ม แบบนั้นจะทำให้ใบหน้าดุและดูหนา อาจใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นช่วยเบลนด์หัวคิ้วให้จาง ๆ รับทรงพอเหมาะกับสันจมูกของเรา

6. ทะนุถนอมดวงตาของคุณหน่อย

รู้ไหมว่าบริเวณรอบดวงตานั้นเป็นส่วนที่บอบบาง อย่าถูหรือขยี้แรง ๆ เพราะมันจะทำให้เกิดจุดด่างดำ และริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย ยิ่งตอนเช็ดเครื่องสำอางยิ่งต้องระวังด้วยนะคะ

7. ใช้นิ้วนางไว้ก่อน

หากต้องการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หรือทาคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา พยายามใช้นิ้วนางเกลี่ย เพราะจะมีแรงกดที่พอดี ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป

8. ระวังสิวบุกไม่รู้ตัว

ระหว่างวันหากรู้สึกอยากสัมผัสใบหน้า ให้ใช้ทิชชูหรือผ้าสะอาดแทน เพราะมือของเรานั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

9. คอนซีลเลอร์ไม่ใช่รองพื้น

วิธีการปกปิดจุดด่างดำ รอยคล้ำใต้ตา รอยสิวต่าง ๆ ให้ใช้คอนซีลเลอร์แทนรองพื้น เพราะรองพื้นนั้นใช้สำหรับทั่วใบหน้า แต่คอนซีลเลอร์ใช้แต้มเป็นจุด ๆ ไปนะจ๊ะ

10. อย่าบีบ แคะ แกะ เกา เจ้าสิวตัวร้าย

ห้ามแกะสิว บีบสิว ด้วยตนเองเด็ดขาดเลย เพราะมันจะทิ้งร่องรอยสะเทือนใจไว้ให้อย่างแน่นอน แถมรักษายากกว่าสิวอีกต่างหาก ทางที่ดีไปหาแพทย์ผิวหนังจะดีกว่า

11. แต่งหน้าทิ้งไว้ก่อน

หากมีงานปาร์ตี้ตามประสาคนโสด (และสวย) ในตอนกลางคืน แน่นอนว่าต้องแต่งหน้าจัดเต็มกันใช่มั้ยล่ะ ? แต่ขอแนะนำว่าให้แต่งก่อนสัก 4-6 ชั่วโมง เพื่อที่เครื่องสำอางจะได้เซตตัวและดูพอดีเป็นธรรมชาติ แถมมีเวลาเหลือเฟือเพื่อเลือกชุดเลือกรองเท้าอีกด้วยนะ

12. ยิ้มตอนทาลิปสติก

เพื่อให้มั่นใจว่าทาลิปสติกครบไม่เว้าแหว่งตรงไหนไป ไม่งั้นมันคงตลกแน่ ๆ หาก สีปากแดงแปร๊ดแต่กลับไม่มีขอบมุมปาก ดังนั้นเวลาทาลิปสติกหน้ากระจกให้ยิ้มสดใสพร้อมรับวันใหม่ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองไปเลยจ้า

13. ผิวมือก็สำคัญ

ผิวหน้าเราดูแลดีแต่กลับลืมผิวมือไปได้อย่างไร จะปล่อยให้ผิวมือแห้งกร้านไม่ได้นะจ๊ะ หยิบโน่นจับนี่ ใช้งานสมบุกสมบันมาทั้งวัน บำรุงมือเราเสียหน่อย ด้วยการใช้แฮนด์ครีมกลับมาทำให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส ไม่งั้นเดี๋ยวตอนหนุ่ม ๆ มาคุกเข่าขอแต่งงาน ดันยื่นมือสากไปให้เขา รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

อย่าลืมบำรุงผิวมือด้วย

นอกจากผิวหน้าและผิวกายที่เราต่างให้ความสำคัญในการทาครีมบำรุงแล้ว “ผิวมือ” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามไป ดังนั้นอย่าลืมดูแลผิวมือของเราด้วยนะคะ วิธีการง่าย ๆ แค่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่น เช็ดให้สะอาด จบด้วยการทาแฮนด์ครีม แค่นี้ผิวมือของคุณก็ไม่เหี่ยวเกินวัยแล้วล่ะ

แค่สละเวลาเพียงนิดก่อนเข้านอน ก็ช่วยลดริ้วรอยผิวเหี่ยวย่นไม่ให้ดูแก่เกินวัยได้แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าขี้เกียจเลยนะคะสาว ๆ หันมาดูแลตัวเองสักเล็กน้อย เพื่อที่ตื่นเช้ามาสาว ๆ จะได้มีผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัสไปทั้งตัว อิอิ

สร้างความชุ่มชื้นด้วยปิโตรเลียมเจล

ปิโตรเลียมเจลหรือที่เราชอบเรียกกันว่าวาสลีน ของดีที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง สามารถบำรุงผิวได้หลายส่วน ดังนั้นก่อนเข้านอนหยิบมันขึ้นมาค่ะ อันดับแรกทาริมฝีปากป้องกันปากแห้งแตกเป็นขุย ต่อมาทารอบโคนเล็บเพื่อป้องกันจมูกเล็บลอก สุดท้ายทาตามข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้า เพื่อลดความแห้งกร้าน โอ้โห สารพัดประโยชน์จริง ๆ แบบนี้ต้องซื้อกระปุกใหญ่มาไว้ซะแล้ว

ทาอายครีมซะบ้าง

ดวงตาคือส่วนที่ใบหน้าของเราแสดงอารมณ์ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้ เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจที่หางตาเราจะมีขีดรอยย่นเล็ก ๆ หรือที่เรียกว่า “ตีนกา” นั่นเอง หรือบางคนชอบนอนดึกจนใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ปัญหาเหล่านี้สามารถขจัดออกไปได้ด้วยอายครีม ซึ่งสาว ๆ ควรใช้อายครีมบำรุงรอบดวงตาก่อนนอนทุกคืน เพื่อดวงตาอันสดใสวิ้งวับของเราเองนะคะ